วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

4 ข้อแห่งความสุข

> 1. อย่าเป็นนักจับผิด   

คนที่คอยจับผิดคนอื่น
 แสดงว่า หลงตัวเองว่าเป็นคนดีกว่าคนอื่น ไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง กิเลสฟูท่วมหัว ยังไม่รู้จักตัวอีก '   
คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง ไม่มีโอกาส 
จิตประภัสสร 
ฉะนั้น จงมองคน มองโลกในแง่ดี 
แม้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็นสุข 



> 2. 
อย่ามัวแต่คิดริษยา      

'
แข่งกันดี ไม่ดีสักคน! ผลัดกันดี ได้ดีทุกคน 
คนเราต้องมี พรหมวิหาร คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา 
คนที่เราริษยาเป็นการส่วนตัว มีชื่อว่า เจ้ากรรมนายเวร '    
ถ้าเขาสุข เราจะทุกข์ ฉะนั้นเราต้องถอดถอน   
ความริษยาออกจากใจเรา เพราะไฟริษยา เป็น ไฟสุมขอน ไฟเย็น) 
เราริษยา คน เราก็มีทุกข์ ก้อน 
เราสามารถถอดถอนความริษยาออกจากใจเราโดยใช้วิธี แผ่เมตตา 
หรือซื้อโคมลอยมาแล้วเขียนชื่อคนที่เราริษยา แล้วปล่อยให้ลอยไป 


> 3. 
อย่าเสียเวลากับความหลัง 
90% 
ของคนที่ทุกข์ เกิดจากการย้ำคิดย้ำทำ ปล่อยไม่ลง ปลงไม่เป็น 
มนุษย์ที่สลัดความหลังไม่ออก เหมือนมนุษย์ที่เดินขึ้นเขาพร้อมแบกเครื่องภาระต่างๆไว้ที่หลังขึ้นไปด้วย 
ความทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้วจงปล่อยมันซะ 
'อย่าปล่อยให้คมมีดแห่งอดีต มากรีดปัจจุบัน
'
อยู่กับปัจจุบันให้เป็นให้กายอยู่กับจิต จิตอยู่กบกาย คือมี  'สติกำกับตลอดเวลา 



> 4. 
อย่าพังเพราะไม่รู้จักพอ     

ตัณหา ' ที่มีปัญหา คือ  ความโลภ ความอยากที่เกินพอดี เหมือนทะเลไม่เคยอิ่มด้วยน้ำ 
ไฟไม่เคยอิ่มด้วยเชื้อ   ธรรมชาติของตัณหา คือ ยิ่งเติมยิ่งไม่เต็ม '   
ทุกอย่างต้องดู คุณค่าที่แท้จริง ! ไม่ใช่ คุณค่าเทียม  เช่น คุณค่าที่แท้ของนาฬิกาคืออะไร 
คือไว้ดูเวลาไม่ใช่ใส่เพื่อความโก้หรู 
คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์มือถือคืออะไร คือไว้สื่อสาร แต่องค์ประกอบอื่นๆที่ เสริมมา ไม่ใช่คุณค่าที่แท้จริงของโทรศัพท์   
เราต้องถามตัวเองว่า เกิดมาทำไม คุณค่าที่แท้จริงองการเกิดมาเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน   ตามหา แก่น ของชีวิตให้เจอ 
คำว่า พอดี '   คือ ถ้า พอ แล้วจะ ดี '  รู้จัก พอ จะมีชีวิตอย่างมีความสุข 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น